Skip to main content

การกำกับดูแลกิจการ

แนวทางบริหารจัดการ
คณะกรรมการบริษัทฯ

ดูคณะกรรมการบริษัทฯ

องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทฯ

คณะกรรมการต้องประกอบด้วยกรรมการที่มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่สอดคล้องกับธุรกิจของไออาร์พีซี และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ตามความรับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้ ไออาร์พีซีจึงกำหนดองค์ประกอบ คุณสมบัติสำคัญ และวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ ดังนี้

  • คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 15 คน
  • มีกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมด และต้องมีจำนวนกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 3 คน
  • กรรมการต้องมีอายุไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์
  • กรรมการดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 3 วาระติดต่อกัน หรือรวมกันไม่เกิน 9 ปี

คุณสมบัติของกรรมการอิสระเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้แก่ ไม่มีส่วนร่วมในการบริหารงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือทางกฎหมายกับกรรมการรายอื่น ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และไม่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ นอกจากนี้ ไออาร์พีซียังกำหนดคุณสมบัติที่เข้มงวดกว่าข้อกำหนดของ ก.ล.ต. โดยกำหนดให้กรรมการอิสระถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด (ต่ำกว่าที่ ก.ล.ต. กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 1)

คณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย 4 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยแต่ละคณะมีหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานในด้านที่สำคัญของบริษัทฯ

คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่สอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินของไออาร์พีซีและบริษัทย่อย รวมถึงประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน และการบริหารความเสี่ยง ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบการควบคุมภายใน คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 3 คน ซึ่งมีคุณสมบัติ หน้าที่ และความรับผิดชอบตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน กรรมการตรวจสอบทุกคนต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ โดยต้องมีกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 คน ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านบัญชีและการเงินเพียงพอที่จะสอบทานความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงิน ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบในปัจจุบัน ประกอบด้วย

คณะกรรมการตรวจสอบ

ดูคณะกรรมการ

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนมีหน้าที่สรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ รวมถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ตามหลักเกณฑ์และกระบวนการที่กำหนดไว้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิผล เพื่อให้คณะกรรมการประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่หลากหลาย นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่กำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บนหลักการที่เป็นธรรมและสมเหตุสมผล คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 3 คน โดยมีกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คน ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนในปัจจุบัน ประกอบด้วย

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

ดูคณะกรรมการ

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืนมีหน้าที่กำหนดและติดตามผลการดำเนินงานประจำปีของบริษัทฯ ทั้งด้านการปฏิบัติงานและการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ให้สอดคล้องกับแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืนของไออาร์พีซี โดยมีความรับผิดชอบครอบคลุมการกำกับดูแลการพัฒนาด้านการกำกับดูแลกิจการ การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความเสี่ยงด้าน ESG ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดทำแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการและให้ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืนประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 3 คน โดยมีกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 คน ทั้งนี้ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืนในปัจจุบัน ประกอบด้วย

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน

ดูคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ โดยกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง จัดทำแผนการบริหารความเสี่ยง และกำกับดูแลการนำกระบวนการบริหารความเสี่ยงไปปฏิบัติทั่วทั้งองค์กร ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ นอกจากนี้ ยังติดตามการประเมินความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) เช่น ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงประกอบด้วยกรรมการอย่างน้อย 3 คน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมี ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงในปัจจุบัน ประกอบด้วย

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

ดูคณะกรรมการ

กรรมการอิสระ

ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของไออาร์พีซี กำหนดให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติและความเป็นอิสระตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยไออาร์พีซีได้กำหนดคุณสมบัติกรรมการอิสระที่สอดคล้องและในบางประเด็นเข้มงวดกว่าข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ได้แก่ สัดส่วนการถือหุ้นซึ่งต้องไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วของบริษัทฯ (ต่ำกว่าที่ ก.ล.ต. กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 1) ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดเผยนิยามและคุณสมบัติของกรรมการอิสระไว้ในคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและเว็บไซต์ของบริษัทฯ

กรรมการอิสระต้องเข้าร่วมประชุมอย่างสม่ำเสมอ แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ และปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสีย โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทางธุรกิจที่เพียงพอ และมีบทบาทสำคัญในการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างบริษัทฯ กับผู้บริหาร กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ประธานกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (Non–executive Chairman/Lead Director)

เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการมีประสิทธิผลและป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบ ไออาร์พีซีกำหนดให้ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นบุคคลคนละคนกัน โดยประธานกรรมการมีหน้าที่เป็นผู้นำคณะกรรมการและให้แนวทางเพื่อให้เกิดมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับสูง โดยเฉพาะการดำเนินการประชุมให้มีการอภิปรายอย่างเหมาะสม และการกำกับดูแลการพิจารณาเรื่องที่ฝ่ายจัดการนำเสนอ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหาร

คณะกรรมการแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในฐานะผู้บริหารสูงสุด เพื่อบริหารจัดการการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และนโยบายที่คณะกรรมการกำหนด

นโยบายการกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการที่มีความหลากหลายดาวน์โหลด
เอกสารคำประกาศเกี่ยวกับคณะกรรมการอิสระดาวน์โหลด
คุณสมบัติกรรมการอิสระดาวน์โหลด
หลักเกณฑ์การสรรหา คัดเลือก คุณสมบัติ และค่าตอบแทน CEOดาวน์โหลด

ไออาร์พีซีสนับสนุนให้คณะกรรมการมีความสมดุลและความหลากหลายที่เหมาะสมทั้งในด้านทักษะ ประสบการณ์ เชื้อชาติ และเพศ โดยบริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายองค์ประกอบและความหลากหลายของคณะกรรมการ เพื่อให้กระบวนการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการมีความโปร่งใสและสอดคล้องกับนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ภายใต้นโยบายดังกล่าว คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะพิจารณาสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการที่ว่างลง โดยคำนึงถึงผู้สมัครที่มีพื้นฐานและมุมมองที่หลากหลาย ควบคู่กับคุณสมบัติที่เหมาะสม ความรู้ในอุตสาหกรรม และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คณะกรรมการมีทักษะที่สมดุล รวมถึงความหลากหลายด้านเพศ อายุ และด้านอื่น ๆ โดยรวม

ตามคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีของไออาร์พีซี คณะกรรมการควรประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ด้านธุรกิจปิโตรเลียมหรือปิโตรเคมีอย่างน้อย 3 คน ผู้มีความรู้ด้านกฎหมายอย่างน้อย 1 คน และผู้มีความรู้ด้านบัญชีหรือการเงินอย่างน้อย 1 คน นอกจากนี้ นโยบายและหลักเกณฑ์การสรรหายังพิจารณาถึงพื้นฐานการศึกษา ประสบการณ์การบริหารจัดการในด้านที่เกี่ยวข้อง และความสำเร็จที่เป็นที่ยอมรับในองค์กรที่มีขนาดเทียบเคียงได้

ไออาร์พีซีจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการเป็นประจำทุกปี ทั้งการประเมินคณะกรรมการทั้งคณะ คณะกรรมการชุดย่อย และกรรมการรายบุคคล เพื่อทบทวนผลการปฏิบัติงาน ปัญหาอุปสรรค และความสำเร็จในรอบปีที่ผ่านมา ตามที่กำหนดไว้ในคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี การประเมินดำเนินการทั้งแบบประเมินตนเอง (Self-Assessment) และแบบประเมินไขว้ (Cross-Assessment) นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการประเมินโดยบุคคลภายนอกที่เป็นอิสระทุก 3 ปี โดยรายงานผลต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืนและผู้ถือหุ้น และเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี ผลการประเมินถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานของคณะกรรมการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ไออาร์พีซียังส่งเสริมให้กรรมการและผู้บริหารเข้าร่วมหลักสูตรอบรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ติดตามพัฒนาการของอุตสาหกรรม และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนมีหน้าที่ทบทวนค่าตอบแทนกรรมการ เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติ และนำเสนอค่าตอบแทนต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีเพื่อพิจารณาอนุมัติ กระบวนการดังกล่าวช่วยให้เกิดความโปร่งใสและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีด้านค่าตอบแทนของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยค่าตอบแทนกรรมการสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรทั้งระยะสั้นและระยะยาว และสะท้อนถึงขนาดและความซับซ้อนของธุรกิจของไออาร์พีซี

สรุปผลการประเมินการปฏิบัติงานคณะกรรมการบริษัทฯดาวน์โหลด

คณะกรรมการกำหนดให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของไออาร์พีซีจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี เพื่อให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณา โดยคณะกรรมการจะนำผลการประเมินไปใช้ในการกำหนดค่าตอบแทน ทั้งนี้ รายละเอียดผลการประเมินถือเป็นความลับ

เกณฑ์การประเมินประกอบด้วยเป้าหมายที่ท้าทายซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะสั้นและระยะยาวของบริษัทฯ ครอบคลุมผลการดำเนินงานทั้งด้านที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่มีหน้าที่บริหารธุรกิจและขับเคลื่อนองค์กร โดยประเมินผลการปฏิบัติงานตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ได้แก่ ตัวชี้วัดระดับองค์กร (Corporate KPIs) สัดส่วนร้อยละ 60 และปัจจัยสนับสนุนที่ส่งเสริมความโปร่งใสและความยั่งยืนของบริษัทฯ สัดส่วนร้อยละ 40

การปรับเงินเดือนและโบนัสประจำปีของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่พิจารณาจากผลการประเมินดังกล่าว และต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ นอกจากเป้าหมายที่ท้าทายแล้ว การประเมินยังพิจารณาตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับแผนกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจน Balanced Scorecard ทั้งนี้ ค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของไออาร์พีซียังได้รับการเปรียบเทียบกับค่าตอบแทนของผู้บริหารในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือใกล้เคียง

ตัวชี้วัดระดับองค์กร (ร้อยละ 60)
ปัจจัยด้านการเติบโตอย่างยั่งยืน (ร้อยละ 40)

นอกจากนี้ ไออาร์พีซียังประเมินค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยเปรียบเทียบผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัทฯ กับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันในช่วงระยะเวลา 3 ปี และเทียบอันดับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ กับอันดับค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของไออาร์พีซีเมื่อเทียบกับบริษัทในกลุ่มเดียวกัน การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้ผลการดำเนินงานและค่าตอบแทนมีความสอดคล้องกัน

ค่าตอบแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหาร

ไออาร์พีซีเปิดเผยค่าตอบแทนคงที่และค่าตอบแทนผันแปรของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหาร ดังนี้

Note:
1. ผู้บริหารระดับ 1 (Executive Level 1) ตามคำอธิบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกอบด้วย i) กรรมการผู้จัดการใหญ่ ii) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ในแต่ละหน่วยงาน สายบัญชีและการเงิน สายกลยุทธ์องค์กร สายพาณิชยกิจและการตลาด สายบริหารและพัฒนาศักยภาพองค์กร สายนวัตกรรมและปฏิบัติการเพื่อความเป็นเลิศ และสายปฏิบัติการผลิตปิโตรเคมีและการกลั่น 2. ค่าตอบแทนทั้งหมดของกรรมการผู้จัดการใหญ่จากไออาร์พีซี และปตท.

นอกจากนี้ ไออาร์พีซี ได้เปิดเผยค่าเฉลี่ยและค่ามัธยฐานของค่าตอบแทนประจำปีของพนักงานทุกคน รวมถึงอัตราส่วนระหว่างค่าเฉลี่ยและค่ามัธยฐานของค่าตอบแทนพนักงานและค่าตอบแทนประจำปีของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ตามรายละเอียดที่นำเสนอในตารางด้านล่าง

ค่าตอบแทน (บาท)
2564
2565
2566
2567
สรุปผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ปี 2567ดาวน์โหลด

กฎการเรียกคืนค่าตอบแทน (Claw back Provision)

ไออาร์พีซีกำหนดกฎการเรียกคืนค่าตอบแทนตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 89/7 กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวังและความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัทฯ มติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ผู้บริหารสามารถถูกดำเนินคดีตามมาตรา 89/18 โดยไม่ขัดแย้งกับมาตรา 89/19 ในกรณีที่สามารถพิสูจน์ว่าไม่มีการปฏิบัติตามมาตรา 89/7 หรือถ้ามีการประพฤติผิดในทางตรงและทางอ้อม ซึ่งในกรณีนี้ ไออาร์พีซีกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดคืนค่าตอบแทนที่เคยได้รับทั้งหมด

ข้อกำหนดการถือครองหลักทรัพย์บริษัทฯ (Management Ownership Requirement)

เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของในองค์กร ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมที่พึงประสงค์และวัฒนธรรมองค์กร ภายใต้แนวคิด IRPC DNA ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ จึงสนับสนุนให้พนักงาน โดยเฉพาะผู้บริหาร สามารถถือหุ้นของบริษัทฯ ได้ตามความสมัครใจ ซึ่งถือเป็นการสร้างความความมุ่งมั่นของพนักงานต่อองค์กรและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ ก.ล.ต. เพื่อหลีกเลี่ยงการซื้อขายโดยใช้ข้อมูลภายในหรือผิดจรรยาบรรณ โดยรายละเอียดจำนวนหุ้นที่ถือโดยกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหาร มีดังนี้

การถือหุ้นของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหาร (ณ เดือน ธันวาคม 2567)

ตำแหน่ง
ชื่อ
เท่าของฐานเงินเดือน

การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ 

คณะกรรมการบริษัทฯ กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารแต่ละรายจัดทำรายงานเปิดเผยรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำกับดูแลด้านความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยจัดส่งให้เลขานุการบริษัทฯ จัดเก็บ รวบรวม พร้อมทั้งสำเนาส่งประธานกรรมการบริษัทฯ และประธานกรรมการตรวจสอบเพื่อใช้ในการตรวจสอบและกำกับดูแลด้านความขัดแย้งทางผลประโยชน์

นอกเหนือจากการรายงานของกรรมการและผู้บริหารตามเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนด ไออาร์พีซียังกำหนดให้พนักงานของบริษัทฯ รวมถึงบริษัทในเครือ บริษัทร่วมทุน และบริษัทที่อยู่ภายใต้อำนาจการบริหารจัดการของไออาร์พีซี เปิดเผยรายการที่เป็นผลประโยชน์ที่ขัดกันกับผลประโยชน์ของบริษัทฯ หรือกลุ่มบริษัทไออาร์พีซีด้วยเช่นกัน

การรายงานการถือครองหลักทรัพย์

บริษัทฯ ได้กำหนดให้คณะกรรมการและผู้บริหาร ซึ่งหมายรวมถึงคู่สมรสหรือผู้ที่อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จะต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของบริษัทฯ และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และภายใน 3 วันทำการ นับจากวันที่ซื้อ ขาย โอนหรือรับโอน รวมทั้งกำหนดนโยบายในการเปิดเผยหรือรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหารต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดให้มีนโยบายแจ้งเวลางดซื้อขายหลักทรัพย์ (Blackout Period) ก่อนการประกาศแจ้งข่าวงบการเงิน 30 วัน และหลังประกาศข่าวงบการเงิน 2 วัน

ทั้งนี้ ในปี 2567 และตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ไม่พบประวัติการประพฤติผิดของคณะกรรมการบริษัทฯ หรือผู้บริหาร ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2563 หรือพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 รวมถึงไม่พบประวัติในการประพฤติผิดอื่นๆ ดังนี้

  • ความไม่ซื่อสัตย์หรือการประมาทละเลยอย่างรุนแรง
  • การเปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่สำคัญที่ควรเปิดเผย ซึ่งสามารถส่งผลกระทบไปยังการตัดสินใจของผู้ถือหุ้น นักลงทุน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
  • ความไม่ยุติธรรมหรือการเอาเปรียบผู้ลงทุนในการขายและซื้อหุ้นหรืออนุพันธ์ หรือมีส่วนในการสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว

การมีสิทธิออกเสียง (Voting Rights)

ไออาร์พีซีกำหนดนโยบายให้ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับจำนวนหุ้นที่ตนถือ คือ 1 หุ้นต่อ 1 เสียง โดยไม่มีการเสนอหุ้นพิเศษ (Golden Share) หรือหุ้นสองประเภท (Dual Class Shares) ในกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ในส่วนของการออกตราสาร Non-voting Depository Receipt (NVDR) ผู้ถือ NVDR ไม่สามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจของบริษัทฯ ดังนั้น ผู้ถือ NVDR จะไม่มีสิทธิออกเสียง ทั้งนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความหมายของ NVDR ได้ที่เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดการใช้คุกกี้ได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถเลือกตั้งคำยินยอมการใช้คุกกี้ได้โดยคลิก “การตั้งค่าคุกกี้” การตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ประเภทจำเป็นถาวร (Strictly Neccessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้คือคุกกี้ที่มีความจำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้ และให้ท่านใช้คุณสมบัติต่างๆในเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ (Analytical/Performance Cookies)

    คุกกี้เหล่านี้สามารถเก็บรวบรวมพฤติกรรมในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ รวมถึงรวบรวมข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงและพฤติกรรมการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่าน ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย และช่วยให้เราเข้าใจถึงความสนใจของท่าน อีกทั้งยังสามารถวัดความมีประสิทธิผลของโฆษณาของเรา

Save