บริษัทฯ มุ่งสู่การเป็นองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน โดยยึดมั่นในหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนตลอดกระบวนการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทฯ
บริษัทฯ ยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจและถือเป็นความรับผิดชอบที่ทุกฝ่ายในองค์กรมีร่วมกัน ได้แก่ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารระดับสูง และพนักงานในทุกหน่วยงาน บริษัทฯ กําหนดกลยุทธ์และแผนงานด้านสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งหวังให้ปราศจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและไม่มีข้อร้องเรียนจากการดําเนินงานของบริษัทฯ และส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในโครงการด้านสิทธิมนุษยชน ตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGPs) ด้วยเจตนารมณ์อันแรงกล้าในการดูแลงานด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ ได้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบเพื่อกําหนดทิศทางที่ชัดเจนและกํากับดูแลให้ทั้งองค์กรดําเนินงานตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนส่งเสริมการดําเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมทั้งขยายเครือข่ายความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุปทาน
- นโยบายและความมุ่งมั่นด้านสิทธิมนุษยชน
- กระบวนการจัดการด้านสิทธิมนุษยชน
- การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
- การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
- การบรรเทาและการเยียวยาด้านสิทธิมนุษยชน
- รางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน
นโยบายและความมุ่งมั่นด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ จัดทํานโยบายด้านสิทธิมนุษยชนตามกรอบการทํางานด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยเริ่มใช้นโยบายในปี 2560 และประกาศใช้ฉบับแก้ไขในปี 2564 ซึ่งได้รับการลงนามโดยคณะกรรมการบริษัทฯ
กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนในกลุ่มบริษัทฯ มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและสิทธิมนุษยชน และพึงเคารพสิทธิแรงงาน สิทธิเด็ก สิทธิสตรี และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมที่ได้รับการรับรองและปกป้องตามกฎหมายไทยและกฎหมายสากล นโยบายดังกล่าวมีผลบังคับใช้สําหรับพนักงานของบริษัทฯ รวมถึงบริษัทย่อย บริษัทร่วมทุน และคู่ค้าธุรกิจ (คู่ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า) นอกจากนี้ ยังครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ได้แก่ ชุมชนท้องถิ่น ผู้อยู่อาศัย และสังคม โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง (เด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้หญิงหญิงตั้งครรภ์ ชนพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ และ LGBTQIA+) ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการดําเนินงานของบริษัทฯ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมีเป้าหมายในการปกป้องและเคารพสิทธิมนุษยชนและแก้ไขเยียวยาในกรณีที่เกิดการละเมิด
บริษัทฯ ได้นำปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UDHR) ปฏิญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ว่าด้วยหลักการพื้นฐานและสิทธิในการทำงาน และหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน มาเป็นพื้นฐานในการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนในธุรกิจ ครอบคลุมถึงการเคารพสิทธิแรงงาน สิทธิสตรี สิทธิเด็ก และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมถึงเสรีภาพพลเมืองและความเสมอภาคของบุคคลตามที่ได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อบังคับใช้สิทธิมนุษยชนและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน
กระบวนการจัดการด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ กําหนดกลยุทธ์เพื่อทําให้เกิดกระบวนการที่คํานึงถึงสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยยึดหลักการ 3 ด้าน ได้แก่ การคุ้มครอง (Protect) การเคารพ (Respect) และการเยียวยา (Remedy) ซึ่งดําเนินการผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ กิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ และการสร้างเครือข่ายภาคี
- การคุ้มครอง (Protect) การนําหลักการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนมาประยุกต์ใช้ในองค์กร โดยเน้นการกํากับดูแลผ่านนโยบายของบริษัทฯ และบริษัทในเครือ โดยมีการสื่อสารนโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ ไปยังบุคลากรทั่วทั้งองค์กร รวมทั้งบริษัทคู่ค้า คู่ธุรกิจ และบริษัทร่วมทุน พร้อมจัดทําคู่มือการบริหารจัดการสิทธิมนุษยชนและคู่มือการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน และกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนไว้อย่างชัดเจนในทุกระดับขององค์กร เพื่อให้การกำกับดูแลและการบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบด้านการกำกับดูแลมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการย่อยที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความยั่งยืน และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน ขณะที่ฝ่ายบริหารทำหน้าที่สนับสนุนการบริหารจัดการและการปฏิบัติงานประจำวัน พร้อมจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกระดับขององค์กร
- การเคารพ (Respect) การแสดงถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนผ่านการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน และการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน
- การเยียวยา (Remedy) การแก้ไขเยียวยากรณีเกิดเหตุการละเมิดสิทธิมนุษยชนผ่านกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน มาตรการคุ้มครองพยาน และการกําหนดกระบวนการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
บริษัทฯ มุ่งมั่นในการออกแบบกระบวนการตรวจสอบที่ครอบคลุมรอบด้าน และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนภายในองค์กร และได้กำหนดระเบียบวิธีการทำงานตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- การระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง : บริษัทฯ ระบุและประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานและความสัมพันธ์ทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยครอบคลุมด้านต่าง ๆ ได้แก่ สิทธิแรงงาน สิทธิชุมชน ห่วงโซ่อุปทาน ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และสิทธิของลูกค้า
- การระบุกลุ่มผู้ทรงสิทธิ : บริษัทฯ ระบุกลุ่มผู้ทรงสิทธิ หรือผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานและเสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้แก่ พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และชุมชน โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง เช่น คนพิการ ผู้สูงอายุ สตรี กลุ่มคนพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ แรงงานที่ว่าจ้างผ่านบุคคลที่สาม และกลุ่ม LGBTQIA+ โดยในกระบวนการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ ได้ดำเนินการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ผ่านกลไกการให้ข้อเสนอแนะ การประชุมปรึกษาหารือ การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) กิจกรรมการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบ รวมถึงช่องทางร้องเรียนต่าง ๆ ผลลัพธ์จากการมีส่วนร่วมเหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน พัฒนมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ ตลอดจนเสริมสร้างการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่คุณค่า ทั้งนี้ ผลการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงประเด็นความคาดหวังและข้อห่วงกังวล ได้สรุปและนำเสนอไว้ในตารางผลการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย
- การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน : บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับองค์กรและตลอดห่วงโซ่คุณค่า ครอบคลุมบริษัทในเครือ บริษัทร่วมทุนทั้งที่มีและไม่มีอำนาจในการบริหารจัดการ ตลอดจนคู่ค้าทางตรง (Tier-1 Supplier) กระบวนการประเมินดังกล่าวรวมถึงการวิเคราะห์ความเสี่ยง โดยจัดระดับความเสี่ยงออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ รุนแรงมาก สูง ปานกลาง และต่ำ โดยประเด็นที่ได้รับการประเมินว่ามีความเสี่ยงในระดับปานกลางถึงรุนแรงมาก จะได้รับการพิจารณาโดยหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องภายในองค์กร เพื่อนำไปวิเคราะห์และจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสม
- การกำหนดมาตรการป้องกันและการปฏิบัติตามมาตรการ : บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการใช้มาตรการป้องกันความเสี่ยงที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันความเสี่ยงให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงในระดับต่างๆ เพื่อลดและควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับต่ำและยอมรับได้ เช่น มาตรการป้องกันความเสี่ยงเพื่อบริหารจัดการรักษาความปลอดภัย อาชีวอนามัย และความปลอดภัยของพนักงาน และการป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม
- การติดตามและสื่อสาร : บริษัทฯ มอบหมายให้ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และทบทวนผลการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้สามารถแก้ไขประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับทุกกลุ่มธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าของกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน และจัดทำการประเมินด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับโครงการลงทุนใหม่ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา โดยยึดหลักการตามนโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับสิทธิของชุมชนและชุมชนพื้นเมือง พร้อมบูรณาการหลักความยินยอมที่ได้รับการบอกแจ้ง รับรู้ล่วงหน้า และเป็นอิสระ (Free, Prior and Informed Consent : FPIC) ในกรณีที่เกี่ยวข้อง การประเมินดังกล่าวดำเนินการโดยหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การประเมินด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทร่วมทุนอย่างรอบด้านตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนในรูปแบบออนไลน์ เพื่อช่วยให้ขั้นตอนการประเมินมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการรายงานผล
การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมการระบุประเด็นที่เกี่ยวข้อง การประเมินผลกระทบต่อผู้ทรงสิทธิและกลุ่มเปราะบาง และการประเมินความน่าจะเป็นของผลกระทบ โดยกลุ่มที่ได้รับการประเมินประกอบด้วยพนักงานของบริษัทฯชุมชน บริษัทในเครือ คู่ค้าร่วมทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น คู่ค้า ผู้รับเหมา และลูกค้า โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง เช่น สตรี เด็ก คนพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ แรงงานที่ว่าจ้างผ่านบุคคลที่สาม ชุมชน/ผู้อยู่อาศัย ลูกค้า/ผู้บริโภค กลุ่ม LGBTQIA+ คนพิการ สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ครอบคลุมกระบวนการระบุ วิเคราะห์ และจัดลำดับความสำคัญของประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ (Salient Human Rights Issues) การประเมินครั้งนี้พบประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงานที่ปฏิบัติงานในเขตอุตสาหกรรม ความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนโดยรอบ และการคุ้มครองด้านแรงงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่
บริษัทฯ ได้นำผลการประเมินดังกล่าวไปใช้พัฒนามาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่เหมาะสม สอดคล้องกับมาตรฐานการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนในระดับสากล พร้อมจัดให้มีการติดตามและทบทวนประสิทธิผลของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง การดำเนินการเหล่านี้ช่วยให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงที่ระบุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และเสริมสร้างระบบบริหารความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ผลการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนโดยละเอียด ซึ่งรวมถึงผลการจัดลำดับประเด็นความเสี่ยงและมาตรการตอบสนองในการบริหารจัดการความเสี่ยง ได้ถูกรวบรวมและนำเสนอไว้ในรายงานการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนบนเว็บไซต์บริษัทฯ
การบรรเทาและการเยียวยาด้านสิทธิมนุษยชน
การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทฯ สื่อสารนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนและสร้างความตระหนักแก่คู่ค้า พร้อมกำหนดความคาดหวังที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานของคู่ค้าในด้านสิทธิมนุษยชนตามหลักการที่กำหนดไว้ในคู่มือการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (Sustainable Procurement Handbook) ในหมวดจรรยาบรรณด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการตรวจสอบคุณสมบัติและอายุของผู้รับเหมาก่อนเข้าปฏิบัติงานภายในพื้นที่ เพื่อป้องกันการใช้แรงงานเด็ก รวมถึงมีการจัดฝึกอบรมเพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน มีการจัดสัมมนาคู่ค้าด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (IRPC Supplier Conference) รวมถึงการประเมินตนเองที่มีเกณฑ์การประเมินด้านสิทธิมนุษยชน โดยคู่ค้าต้องตอบแบบสอบถามก่อนการตรวจประเมิน ณ พื้นที่ประกอบการของคู่ค้า (ESG Onsite Audit)
ช่องทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน
บริษัทฯ ได้จัดตั้งช่องทางร้องเรียนและแจ้งเบาะแสที่เข้าถึงได้ง่าย สำหรับผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อรายงานข้อกังวลหรือเหตุการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ช่องทางเหล่านี้ครอบคลุมขั้นตอนการรับเรื่อง ตรวจสอบ และสืบสวนข้อร้องเรียน การคุ้มครองความลับและความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแส รวมถึงการดำเนินมาตรการแก้ไขและป้องกันผลกระทบที่พบ ในกรณีที่เกิดผลกระทบหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ จะดำเนินการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและทันท่วงที ซึ่งรวมถึงการมอบค่าชดเชยและมาตรการอื่น ๆ เพื่อฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบ ตามมาตรฐานสอดคล้องด้านสิทธิมนุษยชนสากล
รายงานข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน
ตั้งแต่ปี 2565 ถึง 2568 บริษัทฯ ไม่พบกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนใด ๆ ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ รวมทั้งแสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการป้องกัน แก้ไข และติดตามความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
รางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ได้รับรางวัลดีเด่นระดับ Gold องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน (Gold Award for Human Rights Model Organization) จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของบริษัทฯ ในการยกระดับผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับกรอบนโยบายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ การได้รับรางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ต่อหลักการคุ้มครอง (Protect) เคารพ (Respect) และเยียวยา (Remedy) ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการดำเนินกระบวนการตรวจสอบและบริหารจัดการสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเสมอภาค ความเท่าเทียม และความหลากหลาย โดยค่านิยมเหล่านี้ถูกบูรณาการเข้าสู่วัฒนธรรมองค์กร การดำเนินงาน และความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย การได้รับรางวัลนี้ตอกย้ำบทบาทของ ไออาร์พีซี ในฐานะองค์กรชั้นนำด้านการบริหารจัดการสิทธิมนุษยชน สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย ผู้บริหาร และพนักงาน ตลอดจนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน